เจอแล้ว ลุงพูนผล วัย 78 ผู้สร้างเจดีย์วัดร้างเมืองชุมพร ทายาทคนสุดท้ายของ หลวงพ่อแม้น

Ad Blocker Detected

Our website is made possible by displaying online advertisements to our visitors. Please consider supporting us by disabling your ad blocker.

หลังมีชาวบ้านไปพบเห็นวัดร้างแห่งหนึ่งอยู่กลางป่าในพื้นที่ จ.ชุมพร มีพระพุทธรูป เจดีย์ กุฎิ ศาลา และวัตถุล้ำค่าเก่าแก่ ถูกทิ้งร้างชำรุดทรุดโทรมมานานหลายปีอย่างน่าเสียดาย แล้วนำภาพมาโพสต์ลงสื่อโชเชี่ยล จนมีผู้คนสนใจแชร์ต่อกันจำนวนมาก และยิ่งเป็นข่าวโด่งดังเมื่อหญิงสาวชาว จ.ขอนแก่น รายหนึ่งได้แชร์โพสต์วัดร้าง แล้วบอกว่าถ้าถูกรางวัลที่ 1 จะไปบูรณะถางหญ้า ซึ่งวันถัดมา เธอก็ถูกรางวัลที่ 1 จริง

วัดร้างเมืองชุมพร หรือ วัดเขาเจดีย์วิสัยไตรรัตนาราม แท้จริงเป็นเพียง ที่พักสงฆ์ ไร้ชื่อในทะเบียนวัด ตั้งอยู่บนพื้นที่ป่าไม้ชุมชน หลายคนเห็นควรบูรณะให้คงอยู่สืบไป หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เตรียมปรับภูมิทัศน์ หลังชาวบ้านแห่มากราบไหว้นับพันคน 

ปากทางขึ้นไปยังวัดร้างดังกล่าวมีซุ้มประตูตกแต่งด้วยลายกนกสวยงามสูงประมาณ 4-5 เมตร ระบุชื่อ “วัดเขาเจดีย์วิสัยไตรรัตนาราม” ด้านบนเนินเขาเป็นที่ตั้งของวัดร้าง มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ปางปฐมเทศนา ขนาดหน้าตัก 2 เมตร ประดิษฐานอยู่บนฐานดอกบัว อยู่ใกล้กับเจดีย์ทรงระฆังฐาน

ทรงกลมเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 4-5 เมตร ที่ประตูเจดีย์มีป้ายระบุว่า “ธรรมเจดีย์ มะ 8 พ่อหลวงแม้นโชติปาโล สร้าง พ.ศ.2517 ” ภายในเจดีย์มีช่องเก็บพระแก้วมรกตสีเขียวหยก ขนาดหน้าตัก 6 นิ้ว จำนวน 6 องค์ พระพุทธรูปสีดำ 1 องค์ และวัตถุมงคลอีกหลายรายการ

(22 พ.ย. 65) นายพูนผล แจ้งสว่าง อายุ 78 ปี ลูกชายของหลวงพ่อแม้น และเป็นทายาทผู้สืบสันดานโดยตรงเพียงคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ เล่าว่า หลวงพ่อแม้น ไม่ใช่ผู้บุกเบิกสถานที่แห่งนั้น ที่ดินผืนนั้นสมัยก่อนไม่มีโฉนด เป็นการจับจอง

พื้นที่ของชาวบ้าน ตนจำความได้ ก็พบว่าบนเขามี กุฏิพระอยู่ราวๆ 4 กุฏิใต้ต้นกระโดน และมี พระอาจารย์วัลธี พระสงฆ์อีก 3 รูปจำวัดอยู่ที่นี่ พ่อ หรือหลวงพ่อแม้น ฝักใฝ่ในทางธรรมเป็นทุนเดิม เลื่อมใสศรัทธาในพระอาจารย์รูปนี้ จึงเรียกลูกเมียมาปรึกษา บอกว่าพ่ออยากบวช ทุกคนก็ไม่คัดค้านความประสงค์ของพ่อ

3 พ.ย. 2516 หลวงพ่อแม้นออกบวช จากนั้น 5 พ.ย. 2516 หลวงพ่อแม้นห่มผ้าเหลืองเดินขึ้นเขาไปหาพระอาจารย์วัลธี และถูกรับเข้ามาเป็นพระในความดูแล ต่อมาพระอาจารย์วัลธีประสงค์อยากแสวงธรรม จึงละทิ้งสิ่งยึดมั่นนี้แล้วออกเดินทางไกล เหลือเพียงหลวงพ่อแม้น 1 รูป

จากนั้น หลวงพ่อแม้นได้ทำกิจสงฆ์อยู่ พบเข้ากับก้อนหินที่ลักษณะดี จึงบอกตนและคู่เขยอีกคนไปหา บอกว่าจะสร้างเจดีย์ให้รุ่นหลังกราบไหว้

5 ธ.ค. 2516 การสร้าง ธรรมเจดีย์ มะ 8 ได้เริ่มขึ้น ตนและคู่เขยช่วยกันขึ้นโครงปั้นจนเป็นรูปร่างของเจดีย์ และมีช่างแกะสลักชื่อ ลุงหวัน อายุ 50 ต้นๆ ในขณะนั้น มาแกะสลัก จนกลายมาเป็นองค์เจดีย์ที่เราเห็นกันนี้ โดยภายในองค์เจดีย์บรรจุ พระแก้วมรกต 6 องค์ สร้างเสร็จช่วงปลายปี 2517

เมื่อองค์เจดีย์สมบูรณ์ หลวงพ่อแม้นต้องการสร้าง เรือ 1 ลำใหญ่ เพื่อใช้รองรับน้ำฝนไว้ใช้งานภายในวัด ตนและคู่เขยจึงรื้อฝาบ้านหลังเก่าที่ไม่มีใครอยู่แล้วมาทำให้ เมื่อถามลุงพูนผลว่า ไม้อายุราวกี่ปี ลุงขำก่อนตอบว่า เกิดมาก็เห็นมัน

แล้ว ลุงที่นั่งใกล้ๆ เสริมว่ายายของลุงพูนผลก็เหมือนกัน เกิดมาก็เห็นไม้นี้ถูกทำเป็นบ้านไว้แล้ว ซึ่งยายเสียเมื่ออายุ 104 ปี จึงคาดว่าไม้น่าจะอายุเกินร้อยปี แต่ตอนนี้ไม้ดังกล่าวไม่มีแล้ว อาจจะด้วยอายุไม้ที่เยอะ เนื้อไม้ผุกร่อน จึงมีการนำปูนมาช่วยป้องกันน้ำรั่วซึม

ให้หลังราว 20 ปี หลวงพ่อแม้นอาพาธ ด้วยวัยชรา ลุงพูนผลต้องเทียวเดินขึ้นเขานำข้าวไปให้ทุกวัน วันละ 3 เวลา สมัยนั้นเส้นทางขึ้นเขาลำบากมาก ชายอกสามศอกแม้อยู่ใต้ผ้าเหลือง ก็ไม่อาจทนเห็นลูกลำบากได้ ตัดสินใจ สึกพระ มารักษาตัวที่บ้าน และได้เสียชีวิตลงที่บ้านในเวลาต่อมา